5 ที่เที่ยวเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ใน เกียวโต

Posted on June 18, 2020June 25, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

ทัวร์ญี่ปุ่น คนไหนกันที่ถูกใจวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมโบราณที่เข้าไปเที่ยวแล้วรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไป ก็จะต้องมาที่นี่เลยเกียวโต เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แบบดั้งเดิมจะหาตรงไหนไม่ได้อีกแล้ว ตรงนี้เต็มไปด้วยวัดแล้วก็ศาลาเก่าแก่โบราณแต่ว่าก็มิได้มีเท่านั้นนะคะ เพราะก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
1. อิเนะ
(Ine)
เป็นหมู่บ้านชาวเรือที่ยังคงสงวนแบบดั้งเดิมอยู่ แล้วยังเหลืออยู่เพียงแค่ไม่กี่ที่ของญี่ปุ่นอีกด้วย แม้กระนั้นตรงนี้มีจุดแข็งที่แตกต่างจากที่อื่นๆเลยก็คือสำหรับการก่อสร้างบ้านของเขา จะมีการทำบ้านยื่นออกมาไปในน้ำแล้วจะทำช่องหยุดเรืออยู่ข้างในบ้านอีกด้วย จะเป็นการสร้างให้อยู่ติดๆกันตลอดเป็นแถวยาวของริมฝั่งก่อให้เกิดเป็นภาพที่สวยสดงดงาม แปลกตาต่างจากที่แหน่งใดเลยในญี่ปุ่น
2. วัดเอนยาปะทุจิ
(Enryakuji Temple)
ตัววัดได้ตั้งอยู่ในเทือกเขาฝั่งตะวันออกที่อยู่รอบๆระหว่างชายแดนของจังหวัดเกียวโตรวมทั้งจังหวัดชิงะ วัดแห่งนี้ถือว่ามีความหมายมากมายๆสำหรับศาสนาพุทธนิกายเทนได ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก หรือจะให้เรียกว่าเป็นศูนย์กลางของนิกายนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ แล้วที่สำคัญที่สุดเลยวัดที่นี้ยังเป็นที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่นมาก ที่นี่ก็จะมีพระต่างๆมาเล่าเรียนกันไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุที่มีชื่อไหมมีก็ตาม
3. สตูดิโอโทเออิ
(Toei Studio)
เป็นสตูดิโอที่ได้จำรองบ้านเรือนออกมาให้อย่างกับสมัยยุคเอโดะ ซึ่งเขาก็สามารถทำมาได้เหมือนจริงสูงถึงมากที่สุดไม่ว่าจะเป็น เที่ยวญี่ปุ่น ตึก อาคารบ้านเรือน ร้านขายของต่างๆก็ต่างอ้างอิงตามลักษณะของประวัติศาสตร์ในสมัยนั้นแบบเป๊ะๆเพราะแบบงี้ก็เลยทำให้มีภาพยนตร์หลายๆเรื่องมาถ่ายทำที่นี่กันไม่น้อยเลยทีเดียวยังไงค่ะ แล้วจุดที่จะทำให้ฟินขึ้นไปอีกกับบรรยากาศในยุคเอโดะ มันก็คือเจ้าหน้าที่ต่างๆก็แต่งกายย้อนยุคแบบเดียวกันหมดอีกด้วย แล้วแบบนี้จะพลาดที่จะมาท่องเที่ยวที่นี่ได้ยังไงกันจ้ะ
4. วัดเบียวโดอิน
(Byodoin Temple)
วัดเบียวโดอินเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบที่สะดุดตาเยอะที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น จากที่ไปเรียนรู้มาว่าวัดมีสถาปัตยกรรมไม่เหมือนกับวัดที่อื่นในญี่ปุ่นอย่างไร คำตอบเป็นการสร้างวัดนี้จะยึดเอาแนวคิดทางศาสนาพุทธมาเป็นแนวการส้รางวัดนั่นเอง จำเป็นต้องบอกก่อนว่าครั้งก่อนตรงนี้นั้นมิได้เป็นวัดแต่ว่าเป็นบ้านพักตากอากาศของคนมีอิทธิพลในอดีต แต่เพราะเหตุว่าลูกชายของเจ้าของก็ได้เปลี่ยนแปลงจากบ้านพักให้กลายมาเป็นวัดนั่นเอง ณวัดนี้ก็มีห้องโถงฟินิกซ์ที่ดังมากมายๆดังถึงขนาดมากลายเป็นสัญลักษณ์ข้างหลังของเหรียญเยนประเทศญี่ปุ่นอีกต่างหาก นี่บอกเลยว่าวัดที่นี้สำคัญต่อประเทศญี่ปุ่นจริงๆเลยคะ
5. ย่านฮิกาชิยาม่า
(Higashiyama)
เป็นถนนหนทางโบราณที่มีความสวยงามมากมายๆซึ่งตรงนี้เขาจะเอาไว้เดินเที่ยวช้อปปิ้ง เพื่อซึบซึมซับบรรยากาศดั้งเดิมของเมืองเกียวโต ริมทางของยอดแห่งนี้ก็จะเต็มไปด้วย ร้านค้าขนม ร้านขายของของที่ระลึก แล้วก็ร้านค้าต่างๆเยอะแยะ แล้วสองข้างทางนั้นที่เป็นร้านค้าก็จะเป็นในแบบตึกไม้ทรงโบราณในแบบเริ่มแรกของญี่ปุ่น เดินไปรับประทานท่องเที่ยวไปทำให้เกิดความรู้สึกถึงเมืองเก่าในสมัยเก่าของประเทศญี่ปุ่น แล้วนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่งของตรงนี้เลยคะ

สุดยอดที่เที่ยวยอดฮิตใน “ญี่ปุ่น” ที่ไม่มาไม่ได้แล้ว!!

Posted on June 18, 2020June 25, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

เที่ยวญี่ปุ่น คนไหนกันแน่ที่กำลังต้องการจะเที่ยวญี่ปุ่น แล้วกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่น่าดึงดูดและก็ วันนี้พวกเราขอมาชี้แนะสุดยอดที่เที่ยวยอดนิยมในญี่ปุ่น ถ้าหากว่ามาถึงญี่ปุ่นแล้วจำเป็นจะต้องมาให้ได้ ไหนกันบ้างมาดูกันเลยคะ
1. วัดคินค่ะระอุจิหรือวัดทอง
Kinkakuji : ยอดเยี่ยมในวัดที่มีชื่อสูงที่สุดของเมืองเกียวโต และก็ยอดเยี่ยมสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น วัดที่นี้เป็นตึกไม้ที่ทาด้วยสีทองคำตั้งอยู่ริมบ่อน้ำน้ำ จัดสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นจึงมีความโดดเด่นและก็สวยสดงดงามมากมายก่ายกอง ที่นี่จะมีความสวยที่นานับประการในแต่ละฤดู ด้วยความงามรวมทั้งสถาปัตย์ที่ล้ำค่านี้ก็เลยทำให้วัดที่นี้ได้รับการจดทะเบียนจัดอยู่ในยูเนสโกให้กลายเป็นมรดกโลกใน ค.ศ. 1994 เที่ยวญี่ปุ่น อีกด้วย
ที่ตั้ง : เมืองเกียวโต ภูมิภาคคันไซ
2. ศาลเจ้าจิ้งจอกแดง
Fushimi Inari เที่ยวญี่ปุ่น Shrine : ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงเป็นศาลเจ้าที่มีความจำเป็นมากมายแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มีชื่อโด่งดังมาจากประตูโทริอิ หรือประตูสีแดงที่เรียงตัวกันข้างหลังศาลเจ้าจำนวนหลายหมื่นต้น จึงกลายเป็นทางเดินได้ทั่วอีกทั้งเทือกเขาอินาริ ด้วยเหตุว่าแบบนี้เองที่นี่จึงแปลงเป็นสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูด และกลายเป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว
ที่ตั้ง : เมืองเกียวโต ภูมิภาคคันไซ
3. ปราสาทฮิเมจิ
Himeji Castle : เป็นเยี่ยมในพระราชวังที่ยิ่งใหญ่รวมทั้งสวยสูงที่สุดของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสี่ประสาทที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกยูเนสโก้อีกด้วย ทั้งยังปราสาทนี้ยังมีชื่อเสียงว่ามีอาณาเขตบริเวณที่กว้างใหญ่เอามากๆภายในตึกนั้นยังมีมากถึง 80 ตึกที่เชื่อมต่อกันทั้งสิ้นมีกำแพงรวมทั้งประตูกันในแต่ละส่วน ชั้นบนสุดของหอสังเกตการณ์ประสาทจะมีช่องสำหรับดูวิวได้แบบ 360 องศา ซึ่งจะก่อให้แลเห็นรอบๆของพระราชวังทั้งหมดได้และก็ยังสามารถเห็นตัวเมืองของฮิเมจิได้อีกต่างหากด้วย
ที่ตั้ง : เมืองฮิเมจิ ภูมิภาคคันไซ
4. ทะเลสาบคาวาฉันชิโกะ
Lake Kawaguchiko : เป็นเยี่ยมในห้าทะเลสาบที่อยู่รอบบริเวณของภูเขาไฟฟูจิ ทั้งยังยังเป็นเพียงแต่ทะเลสาบที่เดียวที่สามารถเดินทางไปได้ถึงง่ายที่สุดในบรรดา 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ เนื่องจากว่าทะเลสาบแห่งนี้มีอีกทั้งสถานีรถไฟรวมทั้งรถบัสตั้งอยู่ ก็เลยทำให้เดินทางไปไหนมาไหนมาสบาย แล้วตรงนี้ก็มีบ้านพักตากอากาศซึ่งคนญี่ปุ่นมักจะนิยมกันมาเพื่อพักผ่อนกันอย่างยิ่ง ทั้งยังมีออนเซ็นซึ่งสามารถเห็นทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิได้อย่างเห็นได้ชัดด้วย
ที่ตั้ง : จังหวัดยามานาชิ ภูมิภาคชูบุ
5. วัดคิโยะไม่ซุ หรือวัดน้ำใส
Kiyomizu-dera : เป็นวัดที่มีชื่อเสียงเยอะที่สุดของเมืองเกียวโตแล้วก็ได้รับการจดทะเบียนมรดกโลกอีกด้วย วัดเป็นตึกไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างอยู่ริมเทือกเขาสูงจากพื้นถึง 13 เมตรโดยมิได้ใช้ตะปูในการสร้างเลย!! จะมีระเบียงที่ยื่นออกไปเพื่อให้ดูวิวเมืองเกียวโตอีกด้วย ทั้งยังทางเข้าวัดนั้นก็ยังมีถนนคนเดินที่มีบรรยากาศแบบเมืองเก่าของเกียร์ออโต้ให้ได้เดินเที่ยวกันอีกด้วย
ที่ตั้ง : เมืองเกียวโต ภูมิภาคคันไซ

6 ที่เที่ยวครบจบทุกอย่าง ในทุ่งนาโกย่า ไปแล้วโดน!!

Posted on June 18, 2020June 22, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

เที่ยวญี่ปุ่น ท้องนาโกย่าเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองโตเกียวแล้วก็โอซาก้า ทัวร์ญี่ปุ่น แม้กระนั้นก็เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของญี่ปุ่นที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมจึงมีสิ่งที่น่าดึงดูดเยอะแยะ ทั้งยังยังเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมส่วนตัวเป็นศูนย์วัฒนธรรม ความล้ำยุค รวมถึงที่เที่ยว ที่กิน ที่ช็อป ที่ครบเครื่องเอามากๆวันนี้ฉันอยากจะมาแนะนำสถานที่ที่น่าดึงดูด เผื่อผู้ที่ต้องการจะไปเที่ยวที่นาโกย่าแล้วไม่เคยรู้จะไปที่ไหนดี ทัวร์ญี่ปุ่น ก็สามารถมาดูกันได้ว่ามีที่แห่งไหนน่าดึงดูดบ้าง เอาละมาดูกันเลยดีกว่าเนอะ ป่ะ!
1. วังท้องนาโกย่า
(Nagoya Castle)
เป็นพระราชวังที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่นาโกย่ามามากกว่า 400 ปีซึ่งผู้จัดตั้งเป็นรัฐบาลเอโดะ ที่ได้ถูกสร้างเพื่อมีที่อยู่อาศัยของผู้มีอำนาจในยุคนั้น ซึ่งผลิตขึ้นมาใหญ่มโหฬารเพื่อชี้ให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองและก็อำนาจ จนตราบเท่าตอนหลังได้มีการเผาไหม้ขึ้นในปี 1945 ตัวประสาทก็เลยได้ถูกซ่อมขึ้นมาใหม่ในปี 1959 นั่นเอง
2. ศาลเจ้า
(Atsuta-Jingu)
ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่เป็นเวลานานมากกว่า 1,900 ปี เป็นสถานที่ยอดนิยมมากที่สุดของนักเดินทาง แล้วยังถูกปกคลุมด้วยป่าที่เขียวชะอุ่มซึ่งต้นไม้ของที่นี่ได้ถูกพิจารณาแล้วพบว่าแก่มากยิ่งกว่า 1,000 ปีด้วย ถึงจะถูกจัดลำดับให้เป็นรองศาลเจ้าอิเสะแม้กระนั้นก็ยังถือได้ว่าศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่มากเลยจริงๆ
3. สวนโทกุคาวะ
(Tokugawaen)
สวนญี่ปุ่นที่นี้เคยเป็นของครอบครัวใหญ่ในญี่ปุ่นซึ่งเคยใช้เป็นที่อาศัย ปัจจุบันนี้สวนที่นี้ได้มีการจัดแต่งในรูปแบบของไดภรรยาวดั้งเดิม สวนที่นี้เป็นศูนย์กลางที่โอบล้อมไปด้วยสระและเป็นตัวอย่างทัศนียภาพทางธรรมชาติของญี่ปุ่น ซึ่งจะมีน้ำตกขนาดเล็กไหลสู่ทะเลสาบเป็นภาพที่หาดูได้ยากเป็นอันมาก
4. พระราชวังอินุยามะ
(Inuyama Castle)
เป็นวังที่มีประวัติศาสตร์ช้านานตั้งแต่ 1537 ซึ่งตัวพระราชวังนั้นถูกตั้งตามแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่สุดของญี่ปุ่นจึงถูกนับให้เป็นทรัพย์สินแห่งชาติ ถึงแม้ในวังจะค่อนข้างจะเล็กและก็แคบแต่ว่าก็ถือได้ว่าที่ที่มีบันไดที่สูงที่สุดเป็นชั้น 1 ในบรรดาปราสาททั้งหมดทั้งปวง
5. มิดแลนด์สแควร์
(Midland Square)
เป็นอาคารที่สูงที่สุดในนาโกย่าที่อยู่ข้างสถานีที่นาโกย่า ตัวอาคารมีความสูงถึง 247 เมตรแล้วมีดาดฟ้าครึ่งหนึ่งเปิดเตียนที่ชื่อว่า Sky Promenade หากว่าไปอยู่บนข้างบนสุดก็จะสามารถมองเห็นวิวของเมืองได้แบบ 360 องศา ก็เลยทำให้ตรงนี้เป็นจุดสำหรับเพื่อชมวิวที่ดีเยี่ยมที่สุดในที่นาโกย่า แล้วถ้าหากว่าหิวก็สามารถทานดินเนอร์พร้อมด้วยดูวิวได้ด้วย
6. ตึกโอเอซิส 21
(Oasis 21)
เป็นเลิศในสถานที่เที่ยวที่นำสมัยแล้วพลาดไม่ได้เลย ซึ่งตรงนี้ได้เป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่รอบๆห้างสรรพสินค้าที่คึกคักของเมืองที่นาโกย่าที่จะมีทั้ง สวนสาธารณะ สถานีปลายทาง รถบัส ห้างสรรพสินค้าที่ครบวงจร บอกเลยว่าที่นี่เที่ยวได้อีกทั้งกลางวันแล้วก็ค่ำคืนซึ่งบรรยากาศก็ต้องแตกต่าง แต่ก็จะให้ความประทับที่ดีไม่ได้มีความแตกต่างกันเลยจ๊ะ

6 อาหารที่จะต้องทดลองให้ได้ เมื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น!!

Posted on June 17, 2020June 25, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

เที่ยวญี่ปุ่น ผู้ใดกันที่กำลังคิดต้องการจะไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นอยู่ วันนี้พวกเรามีเมนูอาหารที่จำต้องไปทดลองเมื่อไปถึงญี่ปุ่น แม้ว่าอาหารญี่ปุ่นจะมีอยู่ทุกๆที่ในไทย แต่ในความเป็นรสญี่ปุ่นแท้ๆนั้นจำเป็นต้องไปกินถึงญี่ปุ่นถึงจะได้สัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆเรามาดูกันเลยว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ถ้าหากมาแล้วต้องรับประทานให้ได้!! ไม่อย่างนั้นเหมือนคุณมาไม่ถึงญี่ปุ่นอย่างแน่แท้!
1. โอนิกิริ
Onigiri
เป็นข้าวปั้นที่ปุ่มด้วยลดอ่อนๆแล้วใส่ไส้ด้านในด้วยรสชาติต่างๆดังเช่นว่า บ๋วย แซลมอน ไข่ปลา แล้วด้านนอกของข้าวปั้นนั้นก็จะถูกห่อหุ้มด้วยสาหร่ายโนริ ซึ่งรสที่พวกเราอยากจะเสนอแนะเลยก็คือรถยนต์ทูน่ามายองเนสที่เป็นรถยอดนิยม การหาซื้อข้าวปั้นโอนิกิรินั้นสามารถทานได้ตามร้านค้าสะดวกซื้อ
2. มทซึทุ่งนาเบะ
Tsunabe
เป็นของกินยอดนิยมที่นำเอาเครื่องในหมูหรือเนื้อมาต้มในหม้อที่เต็มไปด้วยผักชนิดต่างๆซึ่งคุณสามารถนำส่วนผสมอื่นๆลงไปต้มด้วยกันได้ ถ้าเกิดจะกินอาหารประเภทนี้ส่วนใหญ่เขาจะนิยมไปเปลืองที่จังหวัด เที่ยวญี่ปุ่น Fukuoka เพราะว่าฯลฯตำรับของมทซึที่นาเบะนั่นเอง
3. จังโกะที่นาเบะ
Janko Nabe
เป็นของกินที่นำเนื้อรวมทั้งผักนำมาต้มรวมกันในหม้อขนาดใหญ่ ของกินชนิดนี้จะเป็นที่นิยมสำหรับนักซูบดที่อยากได้ฟิตร่างกายให้ใหญ่แล้วก็แข็งแรงอยู่เสมอเวลา หากคุณเป็นคนรับประทานน้อยก็ควรพาสหายไปกินด้วย แต่ว่าถ้าเกิดคุณเป็นคนรับประทานมากอยู่แล้วการันตีเลยว่าจุกอกจุกหัวใจอย่างแน่แท้
4. กิวด้ง(ข้าวหน้าเนื้อ)
Gyudon
เป็นของกินที่เอาเนื้อไปโปะไว้บนข้าว คำว่ากิวด้งซึ่งก็คือข้าวหน้าเนื้อใส่ชาม ก็จะคล้ายข้าวราดแกงของบ้านพวกเรา แม้กระนั้นในประเทศญี่ปุ่นนั้นอาจจะแตกต่างจากประเทศอื่นนิดหนึ่ง ดังเช่น ประสิทธิภาพของข้าวที่ต่างกัน ถ้าคนใดกันแน่จะรับประทานขอแนะนำให้ทดลองตีไข่ดิบใส่บนเนื้ออีก ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก การันตีเลยว่ารสชาติจะเอาขึ้นมามากมายเป็นเท่าตัว
5. กิวทังยากิ(ลิ้นโคย่าง)
Gyutangyaki
การรับประทานอาหารชนิดนี้ควรต้องทานได้เฉพาะร้านสำหรับลิ้นวัวเพียงแค่นั้น ซึ่งลิ้นโคอาจจะถูกเตรียมการเพื่อเนื้อนุ่มเป็นพิเศษ แล้วจะถูกเสิร์ฟพร้อมกับข้าวหุงกับข้าวบาร์เลย์รวมทั้งซุปหางโค แต่ว่าจำนวนมากแล้วจะเสิร์ฟพร้อมกับโทโรโระหรือมันภูเขารวมทั้งผักดองประเภทต่างๆบอกแล้วว่ารสมีนวลนั้นหอมอร่อยและนุ่มลิ้นมากมายอย่างยิ่งจริงๆ
6. ชาบูชาบู
Shabu Shabu
ชาบูชาบูก็คือหม้อไฟที่นำผักแล้วก็เนื้อสัตว์ต่างๆลงไปต้มในน้ำซุปที่ทำมาจากสาหร่ายคอมบุหรือจากชนิดอื่น น้ำปรุงรสชาบูทั่วไปที่จะเป็นที่ชื่นชอบเลยก็คือซอสที่เป็นซอสเปรี้ยวและก็ซอสงา สำหรับในการกินนั้นจำเป็นจะต้องนำเนื้อที่หั่นบางๆจุ่มน้ำซุปร้อนๆเพื่อให้สุดรวมทั้งตักขึ้นทาน แนะนำว่าให้กินอีกทั้งเนื้อวัวรวมทั้งเนื้อหมูเนื่องจากว่ามันเข้ากันได้

หนีไปพักผ่อนดามหัวใจ กิน ท่องเที่ยว ช๊อบ ที่ ฮอยอัน!

Posted on June 17, 2020June 24, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

ทัวร์เวียดนาม ใครๆก็ต่างรู้จัก ฮอยอัน เมืองเล็กๆที่คนใดกันไปก็ต่างหลงมนต์เสน่ห์ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ริมฝั่งทะเลใต้ในเขตจังหวัด กว๋างนาม แล้วจุดเปลี่ยนของตรงนี้ก็เมื่อในช่วงศตวรรษที่ 16-17 ที่มีการค้าแล้วก็ผู้คนต่างเมืองย้านเข้ามาอยู่ไม่ว่าจะเป็น ชาวจีน ประเทศญี่ปุ่น ชาวฮอลแลนด์ แล้วก็ประเทศอินเดีย ถึงแม้ในทุกวันนี้ที่นี่จะมิได้เป็นศูนย์กลางค้าวิธีขายเสมือนในสมัยก่อน แต่กลับได้เปลี่ยนเป็นเมืองแห่งมรดกโลกที่ได้เป็นตัวอย่างของเมืองท่า ซึ่งที่นี่ได้มีการประสมประสานสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและต่างชาติเอาไว้ร่วมกันจนถึงเปลี่ยนเป็นเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่ บอกเลยว่ามีสถานที่เที่ยวฟินๆในฮอยอันมากมาย ซึ่งจะมีที่ใดบ้างนั้นก็ตามมาดูกันเลยจ้ะ
1. เขตเมืองเก่าฮอยอัน
Hoi An Ancient Town
คุณลักษณะเด่นของเมืองนี้เลยก็คือตึกสีเหลือง ที่เป็นบ้านโบราณแล้วก็มีโคมไฟกระดาษที่หลากสี ที่จริงแล้วเมืองที่นี้ก็มีเสน่ห์โดยมีต้นเหตุจากส่วนประกอบหลายๆอย่างมารวมกัน เที่ยวเวียดนาม ซึ่งทั้งหมดทุกอย่างที่นี่ทำให้เกิดมาเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ เพื่อนพ้องมาท่องเที่ยวที่นี่ได้ถ้าเกิดไม่อยากเดินเที่ยวก็สามารถนั่งสามล้อหรือนั่งเรือเพื่อดูวิว นอกจากจะเดินเที่ยวชมบรรยากาศรวมทั้งอย่าลืมไปหาของกินอร่อยๆทานกันด้วย ที่นี่มีของน่าอร่อยล่ะก็เค้าหน้าแปลกๆให้ได้ลองชิมกันเยอะแยะเลยล่ะค่ะ
2. บ้านเก่าเลขที่ 101
Old ทัวร์เวียดนาม house of Tan Ky
ตรงนี้เป็นบ้านไม้สองชั้นที่อายุมากกว่า 75 ปีและจากนั้นก็ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าโบราณยังฮอยอัน บ้านที่นี้ถือว่าเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบที่เป็นที่อยู่อาศัยของพ่อค้าในเขตสำคัญแห่งนี้ บ้านที่นี้ได้ถูกการยกย่องในเรื่องความสวยงามเป็นบ้าน ที่จัดว่าเป็นบ้านคนมั่งมีชาวตังเกในแถวนี้ที่ผู้คนต่างให้ความยำเกรง แม้บ้านนี้จะถูกน้ำหลากมาหลายคราวสุดแต่ก็ยังคงภาวะอย่างเคยไว้อย่างยอดเยี่ยม
3. สะพานประเทศญี่ปุ่น
Japanese Covered Bridge
เป็นสะพานที่สร้างมาแล้ว 425 ปีโดยชุมชนคนประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่พศ. 1593 สะพานแห่งนี้ทำเพื่อผ่านลำธารเล็กๆที่เชื่อมต่อไปยังชุมชนจากจีน ซึ่งมีความยาวแทบ 20 เมตรเชื่อมต่อกับ 2 ถนนหลักสำคัญๆสะพานญี่ปุ่นนี้เป็นที่รู้จักในเรื่องของการตกแต่งประณีตจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรจะมาอีกแห่งหนึ่ง
4. ค๊อฟฟี่ช็อป
Reaching Out Of Hear Café
ร้านค้าแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงร้านกาแฟแค่นั้นแต่ว่ายังเป็นร้านที่สร้างช่องทางให้กับคนไม่สมประกอบทางการได้ยิน ซึ่งข้างในร้านนั้นถูกตกแต่งด้วยน่ารักและเครื่องเรือนไม้ด้านหลังก็จะมีสวนเล็กๆที่ร่มรื่นซึ่งเหมาะกับการดื่มกาแฟกับคุกกี้เป็นอันมาก
ทั้งหมดนี้ก็เป็นสถานที่เที่ยวในฮอยอันที่คุณต้องไปให้ได้เลยจ๊าคะ เมืองแห่งนี้เห็นเมืองที่มนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นผู้คนสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งแต่ละที่ก็มีประวัติที่ไปที่มาที่ช้านานและน่าดึงดูดมากมายก่ายกอง หวังว่าทิปหน้าที่คุณจะไปเวียดนาม จะต้องมาเที่ยวที่ฮอยอันให้ได้ละบอกเลยว่าที่นี่เค้าดีจังๆ

พาเที่ยวลำคลอง Cheonggyecheon ศูนย์กลางกรุงโซล แก่กว่า 600 ปี!!

Posted on June 17, 2020June 22, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

เที่ยวเกาหลี วันนี้จะพาสหายๆมาเที่ยว ลำคลองชอตระหนี่เยชอน (Cheonggyecheon) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คลองชองเกชอน หรือ ชองเคยอนในเกาหลีใต้ เป็นสถานที่ที่เมื่อได้มาท่องเที่ยวทัวร์เกาหลีหรือมาเองก็จำเป็นที่จะต้องมาแวะท่องเที่ยวให้ได้ รู้ไหมว่าคลองที่นี้เป็นคลองที่มีมาตั้งแต่อดีตกาลตั้งแต่ยุคราชวงศ์โชชอน แน่นอนว่าอายุลำคลองแห่งนี้นั้นมีมากยิ่งกว่า 600 ปีรวมทั้งมีความยาวราวๆ 11 กิโลที่ไหลผ่านกลางกรุงโซล แต่ก่อนจะมีน้ำเสียมีขยะที่ถูกทิ้งลงมาจำนวนไม่ใช่น้อยเพราะว่าเป็นเขตชุมชนมาอาศัยอยู่ขอบลำคลอง แม้กระนั้นเมื่อมีความนำสมัยมากขึ้นเรื่อยๆคลองที่นี้ก็ได้รับซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ในปี 2003 ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้ของรัฐบาลประเทศเกาหลีก็เลยได้มีการปรับปรุงรวมทั้งซ่อมคลองให้มีภูมิทัศน์ที่สวยมากกว่าเดิม ซึ่งสำหรับเพื่อการทำนั้นก็ได้มีการรื้อทางยกระดับออก และก็เว้นที่ดินแหล่งชุมชนที่อยู่กับคลองที่ออกจนถึงทำให้กลายเป็นคลองที่มีภูมิทัศน์ร่มรื่นรวมทั้งงดงามน้ำที่เคยเน่าเหม็นก็กลับมาสะอาดผ่องใสอีกที
ปัจจุบันก็ได้เปลี่ยนมาเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนประเทศเกาหลีและคนต่างชาติเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเป็นอีกจุดหนึ่งที่แปลงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีด้วย ที่คนมาท่องเที่ยวกันมากนั้นนั่นก็เนื่องจากคลองที่นี้มีสะพานทั้งผอง 20 สะพานที่ออกแบบมาแบบมีคอนเซ็บที่ต่างกัน ทัวร์เกาหลี เช่น สะพานท้องนาแรที่เป็นตัวแทนของผีเสื้อที่โบยบิน กับสะพานกวางเกียวที่เป็นเครื่องหมายที่ความพอดีของอดีตแล้วก็อนาคต การออกแบบคลองของชาวประเทศเกาหลีนี้มิได้ทำขึ้นมามั่วๆเนื่องจากแต่ละอย่างที่ได้ทำออกมาก็มีความหมายไม่เหมือนกันออกไปนั่นเอง แล้วทุกอย่างที่ได้กระทำการวางแบบนั้นไม่ว่าจะเป็นกำแพงที่ถูกประดับประดาตกแต่งด้วยหินอ่อนรวมทั้งประติมากรรมที่สวยข้างในนี้และภายนอก ซึ่งสองริมทางของริมคลองนั้นเต็มไปด้วยร้านค้าคาเฟ่ร้านกาแฟร้านอาหารที่บรรยากาศดีๆล้นหลามเพื่อไว้นั่งพักผ่อนพักผ่อนด้วย ยิ่งถ้าหากเป็นในตอนกลางคืนก็จะสวยมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากว่าตรงนี้จะมีการเปิดไฟประดับตามทางเดินซึ่งสามารถมาเดินเที่ยวได้ด้วย
ซึ่งน้ำในคลองนั้นก็จะไหลผ่านไปยังสถานที่สำคัญสำคัญหลายที่ในโซลไม่ว่าจะเป็น ราชสำนักด๊อกซูกุง(Deoksugung Palace) โซลพลาซ่า(Seoul Plaza) ศูนย์เซจอง(Sejong Center) ถนนอินซาดง(Insa-dong Street) พระราชสำนักชางด๊อกกุง(Changdeokgung Palace) แล้วก็พระราชวังชางยองกุง(Changgyeonggung Palace) พูดได้ว่าเป็นลำคลองที่เลี้ยงผู้คนในเมือง เที่ยวเกาหลี เป็นสถานที่ที่ควรมาเที่ยวมากๆเลยละคะอาจจะมาแวะพักแวะเที่ยวที่อื่นๆต่อ แล้วไม่จำเป็นต้องห่วงเลยว่าจะปิดกี่นาฬิกาอย่างไรกลัวไปไม่ทัน เนื่องจากลำคลองชองกเงินเยชอนเปิดให้เข้าท่องเที่ยวดูฟรีแน่นอน อยากจะมาเวลาใดก็สามารถมาได้ตลอด 24 ชั่วโมง อยากจะมาท่องเที่ยวช่วงไหนก็สามารถมาได้เลยนะทุกฤดู
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
วันปิดกระทำการ : เปิดทุกวี่ทุกวัน

6 สถานที่ในแต่ฤดูกาลที่โดดเด่นและน่าท่องเที่ยวใน เวียดนาม

Posted on June 17, 2020June 24, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

เที่ยวเวียดนาม คุณกำลังคิดว่าในฤดูนี้ควรจะท่องเที่ยวที่ใดในเวียดนามดีหรือไม่ หากว่าใช่คุณมาถูกทางแล้ว เพราะในบทความนี้พวกเราจะมาแนะนำสถานที่น่าท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เด่นและก็เป็นที่ชื่นชอบในเวียดนาม ว่าในช่วงฤดูกาลนั้นๆตรงไหนที่น่าจะมาเที่ยว เอาละเรามาดูกันดีกว่าว่ามีแต่ว่าไม่เคยรู้นั้นมีที่น่าท่องเที่ยวไหนบ้างตามมาเลยจ๊ะ
ฤดูใบไม้ผลิ
(มี.ค. – เดือนพฤษภาคม)
1. ฮานอย
(Hanoi)
ในช่วงฤดูนี้จะเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายต่อให้มีฝนตกบ้างก็ตาม ไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหนก็จะมองเห็นต้นไม้ที่เขียวชอุ่มไปทุกหนทุกแห่ง บอกเลยว่าฤดูกาลนี้เหมาะแก่การแวะมาท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงขอชี้แนะฮานอยที่เป็นเวียดนามตอนบน ซึ่งการมาท่องเที่ยวตรงนี้จะช่วยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาเจริญอย่างมากมาย ถึงฮานอยก็ยังจะมีฝนตกอยู่บางส่วนแม้กระนั้นโดยรวมแล้วอากาศก็กำลังดีเหมาะสมกับการเดินเที่ยวเล่น ก็มีสถานที่เที่ยวจำนวนมากไปหมดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แล้วก็มนต์ขลังค่ะ
ฤดูร้อน
(เดือนมิถุนายน – ส.ค.)
2. ไฮฟอง
(Haiphong)
ในฤดูร้อนนี้จะเป็นตอนที่ฝนตกหลายครั้งแม้ฝนจะตกบ่อยแต่ว่าก็ยังมีอากาศร้อนอบอ้าวไม่แพ้บ้านพวกเราเลยละคะ ไฮฟองก็เป็นอีกหนึ่งเมืองพักผ่อนของฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีอากาศที่มีชีวิตชีวาแม้กระทั่งร้อนไปบ้างก็ตาม ที่ตรงนี้มีอพาร์เม้นท์และบังกะโลจำนวนมากเยอะมากให้เลือกพักกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวไม่ต้องเป็นห่วงเลยว่าจะไม่มีที่พัก คนใดที่อยากเล่นน้ำทะเลแนะนำให้เล่นช่วงปลายฤดูร้อน เพราะว่าเป็นช่วงๆที่น้ำทะเลกำลังอุ่นสามารถก็เลยลงเล่นน้ำทะเลได้
ฤดูใบไม้ร่วง
(เดือนกันยายน – ทัวร์เวียดนาม พฤศจิกายน)
3. กว๋างนิญ
(Quang Ninh)
เป็นฤดูที่เย็นสบายและน่ามาท่องเที่ยวที่สุดเพราะเหตุว่ามีฝนตกน้อยกว่าฤดูอื่นๆก็เลยเหมาะสมกับการมาเดินเที่ยวเล่นชมเมืองหรือทำกิจกรรมที่โล่งแจ้งมากๆจ้ะ ถามว่าที่เที่ยวทางทะเลที่มีชื่อที่สุดของเวียดนามคือที่แห่งไหนก็ต้องตรงนี้เลยกว๋างนิญ เป็นในช่วงที่กำลังคลื่นสงบลมเย็นสบายจึงเหมาะสมกับการล่อลวงงเรือดูบรรยากาศเอามากๆในช่วงฤดูนี้
หน้าหนาว
(ธันวาคม – กุมภาพันธ์)
4. ซาขว้าง
(Sapa)
เป็นฤดูที่เย็นที่สุดในรอบปีของเวียดนามก็เพราะเหตุว่าเป็นฤดูหนาว ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว 7 ถึง 20 องศาเซลเซียส อากาศหนาวแบบนี้คุณจำเป็นจะต้องมาสัมผัสบรรยากาศเมืองสไตล์ยุโรปที่อยู่ท่ามกลางหุบเขากันที่ซาปากันดียิ่งกว่า เพื่อนๆสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปียิ่งคนที่พอใจความเหน็บหนาวถูกใจหิม ะก็สามารถมาเที่ยวได้ไพเราะเพราะพริ้งหิมะตกเกือบทุกปีนั่นเอง
หน้าฝน
(พ.ค. – ตุลาคม)
5. ฮอยอัน
(Hoi An)
ช่วงฤดูฝนแม้ว่าจะเป็นตอนๆที่บางคนบางทีอาจจะเกลียดเพราะทำให้เปียก แม้กระนั้นจะต้องขอบอกเลยจ๊ะคะว่าช่วงนี้เป็นตอนที่ธรรมชาติสวยงามที่สุดต้นม้งต้นไม้เขียวชอุ่มตกลงกันได้อย่างมาก แล้วเป็นตอนที่พายุฝนยังไม่หนักเยอะแค่ไหน โดยเหตุนี้จำเป็นจะต้องมาท่องเที่ยวกันที่ฮอยอันที่เป็นเมืองประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอันดั้งเดิม ที่นี่จะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวดั้งเดิมแล้วก็สถาปัตยกรรมรุ่นเก่าล้นหลาม บอกแล้วว่าถ้าได้มาแล้วจำเป็นต้องตกหลุมรักตรงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
ฤดูแล้ง
(เดือนพฤศจิกายน – เมษายน)
6. โฮจิมินห์ซิตี้
(Ho Chi Minh City)
ใครกันแน่ที่ไม่ได้อยากจะท่องเที่ยวแบบฝนตกโชกหรืออากาศหนาวและมาท่องเที่ยวดูแลนี้เหมาะสมที่สุดแล้วจ้ะ ถึงจะพูดว่าเป็นหน้าแล้งแต่อากาศก็มิได้ร้อนเลยแถมอุณหภูมิก็ยังพอดีพอดีด้วย ท่องเที่ยวที่น่าไปในก็คือโฮจิมินห์ซิตี้ที่เป็นเมืองแห่งความทันสมัยแล้วก็มีเอกลักษณ์ ทัวร์เวียดนามราคาถูก ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่สามารถเห็นได้ทั้งเมือง ผู้ที่ติดอกติดใจประวัติศาสตร์และที่ไปที่มารวมทั้งความเก่าแก่ของสถานที่ ตรงนี้น่าจะตอบโจทย์คุณเป็นอันมาก

5 ที่เที่ยวเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ใน เกียวโต

Posted on June 17, 2020June 25, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

ทัวร์ญี่ปุ่น คนใดกันที่ถูกใจวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมโบราณที่เข้าไปท่องเที่ยวแล้วรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไป ก็จำเป็นต้องมาที่นี่เลยเกียวโต เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แบบเริ่มแรกจะหาที่แห่งไหนมิได้อีกแล้ว ที่นี่เต็มไปด้วยวัดและศาลาดั้งเดิมโบราณแต่ก็มิได้มีแค่นั้นนะคะ เพราะก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดมากมายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
1. อิเนะ
(Ine)
เป็นหมู่บ้านชาวเลที่ยังคงสงวนแบบดั้งเดิมอยู่ แล้วยังเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งของญี่ปุ่นอีกด้วย แม้กระนั้นที่นี่มีจุดเด่นที่ต่างจากที่อื่นเลยก็คือสำหรับในการก่อสร้างบ้านของเขา จะมีการทำบ้านยื่นออกมาไปในน้ำแล้วจะทำช่องหยุดเรืออยู่ข้างในบ้านอีกด้วย จะเป็นการสร้างให้อยู่ติดๆกันตลอดเป็นแนวยาวของริมตลิ่งทำให้เกิดเป็นภาพที่งดงาม ผิดตาต่างจากตรงไหนเลยในญี่ปุ่น
2. วัดเอนยาปะทุจิ
(Enryakuji Temple)
ตัววัดได้ตั้งอยู่ในแนวเขาฝั่งทิศตะวันออกที่อยู่รอบๆระหว่างชายแดนของจังหวัดเกียวโตและจังหวัดชิงะ วัดที่นี้นับว่ามีความหมายมากมายๆสำหรับพุทธศาสนานิกายเทนได หรือจะให้เรียกว่าเป็นศูนย์กลางของนิกายนี้เลยก็ว่าได้จ้ะ แล้วที่สำคัญที่สุดเลยวัดแห่งนี้ยังเป็นที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่นมากมาย ที่นี่ก็จะมีพระสงฆ์ต่างๆมาเล่าเรียนกันไม่ว่าจะเป็นสงฆ์ที่มีชื่อเสียงหรือเปล่ามีก็ตาม
3. สตูดิโอโทเออิ
(Toei Studio)
เป็นสตูดิโอที่ได้จำรองบ้านเมืองออกมาให้อย่างกับยุคยุคเอโดะ ซึ่งเขาก็สามารถทำมาได้สมจริงสูงถึงสูงที่สุดไม่ว่าจะเป็น ตึก บ้านช่อง ร้านต่างๆก็ต่างอ้างอิงตามลักษณะของประวัติศาสตร์ในยุคนั้นแบบเป๊ะๆเนื่องจากว่าอย่างนี้ก็เลยทำให้มีภาพยนตร์หลายๆเรื่องมาถ่ายทำตรงนี้กันเยอะๆไงจ้ะ แล้วจุดที่จะทำให้ฟินขึ้นไปอีกกับบรรยากาศในยุคเอโดะ นั่นก็คือเจ้าหน้าที่ต่างๆก็แต่งกายย้อนยุคเช่นเดียวกันหมดอีกด้วย ทัวร์ญี่ปุ่น แล้วแบบนี้จะพลาดที่จะมาท่องเที่ยวที่นี่ได้อย่างไรกันจ้ะ
4. วัดเบียวโดอิน
(Byodoin ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก Temple)
วัดเบียวโดอินเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบที่เด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น จากที่ไปเล่าเรียนมาว่าวัดมีสถาปัตยกรรมต่างจากวัดที่อื่นๆในญี่ปุ่นยังไง คำตอบคือการผลิตวัดนี้จะยึดเอาแนวความคิดทางศาสนาพุทธมาเป็นแนวการส้รางวัดนั่นเอง จำต้องบอกก่อนว่าแต่ก่อนที่นี่นั้นมิได้เป็นวัดแต่ว่าเป็นบ้านพักตากอากาศของคนมีผลกระทบในสมัยก่อน แม้กระนั้นด้วยเหตุว่าลูกชายของเจ้าของก็ได้เปลี่ยนจากที่พักให้เปลี่ยนมาเป็นวัดนั่นเอง ที่วัดนี้ก็มีห้องโถงฟินิกซ์ที่โด่งดังมากมายๆดังถึงขั้นมากมายลายเป็นเครื่องหมายข้างหลังของเหรียญเยนญี่ปุ่นอีกต่างหาก นี่บอกเลยว่าวัดแห่งนี้สำคัญต่อประเทศญี่ปุ่นจริงๆเลยคะ
5. บริเวณฮิกาชิยาม่า
(Higashiyama)
เป็นถนนหนทางโบราณที่มีความสวยสดงดงามมากมายๆซึ่งตรงนี้เขาจะเอาไว้เดินเที่ยวช้อปปิ้ง เพื่อซึบซึมซับบรรยากาศโบราณของเมืองเกียวโต ริมถนนของยอดที่นี้ก็จะเต็มไปด้วย ร้านค้าของหวาน ร้านขายของที่ระลึก รวมทั้งร้านต่างๆจำนวนมาก แล้วสองข้างทางนั้นที่เป็นร้านก็จะเป็นในแบบตึกไม้ทรงโบราณในแบบเริ่มแรกของประเทศญี่ปุ่น เดินไปกินท่องเที่ยวไปทำให้มีความรู้สึกถึงเมืองเก่าในสมัยก่อนของญี่ปุ่น แล้วถือว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่งของที่นี่เลยนะ

4 ร้านค้าสายหมูย่างประเทศเกาหลี ที่จำต้องมากินในกรุงโซล!!

Posted on June 17, 2020June 22, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

เที่ยวเกาหลี คนจำนวนไม่น้อยไปประเทศเกาหลีก็คงมีความคิดว่าเว้นแต่เรื่องท่องเที่ยวแล้วควรจะไปกินอะไรเป็นพิเศษดี ซึ่งนี้ก็เลยอยากจะชี้แนะเมนูพิเศษที่บอกไว้ว่าหากไปประเทศเกาหลีแล้วจะต้องรับประทานให้ได้ ยิ่งคนใดเป็นสายกินปิ้งย่างแล้วละก็ร้านค้าหมูย่างที่เราจะแนะนำวันนี้คุณจำเป็นจะต้องถูกอกถูกใจอย่างแน่แท้ มองกันเลยว่ามีร้านค้าไหนบ้างในกรุงโซลบ้าง!!

1. จองแดโพ
Jeongdaepo
เป็นร้านอาหารปิ้งย่างในกรุงโซลของเกาหลีที่มีชื่อเสียงมากมาย บอกแล้วว่าร้านค้านี้ได้ออกรายการทีวีมาแล้ว ก็เลยการันตีได้เลยว่าจำต้องอร่อยมากเลยจริงๆจุดเด่นของร้านค้านี้เลยก็คือจะใช้เตาแบบกระทะวงแหวน ซึ่งจะสามารถทำให้ปิ้งเนื้อหมูไปพร้อมๆกับไข่และก็ชีสได้ด้วย ทั้งเนื้อหมูของร้านนี้บอกเลยว่าออกมาได้รสชาติที่ยอดเยี่ยมสุดๆเนื้อนุ่มยิ่งรับประทานห่อผักด้วยและจากนั้นก็อร่อยจนถึงจำต้องบอกต่อ
พิกัด : มาโป
เวลาเปิดปิด : ทัวร์เกาหลี 11:00-02:00 น.

2. ฮงบาร์
Hong Bar
เป็นร้านค้าที่จะจำต้องถูกใจสำหรับคนที่ถูกใจรับประทานบุฟเฟ่อย่างแน่นอน เพราะเหตุว่าตรงนี้เขามีรายการอาหารปิ้งย่างให้กินแบบจุใจในราคาเริ่มต้น 12,900 วอนเหลือแค่ราวๆ 390 บาทเพียงแค่นั้น นอนว่าถ้าเกิดเป็นร้านบุฟเฟ่ก็ควรมีของกินอันอื่นให้กินกันอีกด้วย ก็จะมีพวกเกี๊ยวซ่า สปาเกตตี้ สลัด ซุป ข้าวผัด ข้าวสุก และจากนั้นก็มีของเคียงต่างๆรวมทั้งผลไม้และก็ของหวานให้ท่านได้อิ่ม และก็ได้กินนานาประการในมื้อเดียวกางจุใจกันไปเลย
พิกัด : เมียงมองป่าดง
เวลาเปิดปิด : 11:00-22:00 น.

3. พัลแซก ซัมกยอบซัล
Palsaek Samgyeopsal
เป็นร้านค้าหมูย่างเกาหลีที่โด่งดังมากมาย ซึ่งได้ออกรายการทีวีมาแล้วเป็นอันมาก จุดแข็งของร้านค้านี้ทีเด็ดเลยก็คือเนื้อหมูย่างของเขานั้นมีให้เลือกถึง 8 สี 8 ประเภท ซึ่งเนื้อหมูแต่ละแบบงั้นก็ได้ผ่านการพัฒนาแล้วก็ปรับปรุงแก้ไขเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านนี้เลย บอกเลยว่าเนื้อหมูรวมทั้งรสชาติของร้านนี้จะไม่ราวกับที่อื่นเลยเด็ดขาด ทั้งเบอร์นี้ยังมีสาขาขยายในต่างชาติมากอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน หรืออเมริกา แบบนี้จำต้องไปลองชะแล้ว!!
พิกัด : มาโป
เวลาเปิดปิด : 11:00-00:00 น.

4. ฮานัม ทเวจีจิบ
Hanam เที่ยวเกาหลี Dwaeji jib
ร้านอาหารสไตล์ประเทศเกาหลีแบบจะมีบุคลากรที่คอยย่างหมูให้ท่านกินด้วย ซึ่งในร้านนั้นจะเน้นย้ำแบบสบายๆกันเอง เนื้อหมูของตรงนี้นั้นบอกได้เลยมีคุณภาพที่อร่อยและเด็ดมาก ผักสดหรือเครื่องแนมต่างๆก็อร่อย อีกทีที่นี่ยังมีกิมจิแบบโฮมเมดซึ่งทางร้านค้าสร้างขึ้นมาเองอีกด้วย คนไหนที่ต้องการกินแบบสบายๆสไตล์ประเทศเกาหลีก็สามารถมานั่งกินร้านนี้ได้เลย
พิกัด : ควรโน
เวลาเปิดปิด : 17:00-00:00 น.

สิ่งที่จำเป็นต้องเตรียม ก่อนที่ท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง

Posted on June 17, 2020June 22, 2020Categories ท่องเที่ยวTags , ,

เที่ยวเกาหลี หากคุณไม่ใช่คนที่ต้องการจะไปเที่ยวแบบทัวร์ประเทศเกาหลี แต่ว่าต้องการที่จะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเองละก็ วันนี้มีเรื่องที่คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าถ้าหากจะท่องเที่ยวผู้เดียวนั้นควรเตรียมตัวเช่นไร เนื่องจากว่าในตอนนี้ชาวไทยส่วนมากติด ตม. เกาหลีมากที่สุด นั่นก็เพราะเดียวนี้มีชาวไทยที่ลักลอบเข้าไปประเทศเกาหลีกันมาก ไม่ว่าจะเป็นการไปปฏิบัติงานหรือเหตุผลอื่นๆสุดแล้วแต่ โน่นก็เลยทำให้มีการตรวจค้นชาวไทยมากมายเป็นพิเศษ วันนี้เราจึงจะมาให้คุณรู้เรื่องของการเตรียมพร้อมผ่าน ตม. กัน เที่ยวเกาหลี ว่าควรเตรียมตัวยังบ้าง
การเตรียมการเข้าประเทศเกาหลีด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
1. พาสปอร์ด
ให้นำเอาสปอร์ตทั้งตัวจริงรวมทั้งเล่มเก่าเล่มใหม่ไปด้วย เพราะเหตุว่าการที่เรานำเอาสปอร์ตเล่มเก่าไปนั้น โน่นจะเป็นการช่วยเพิ่มความน่าไว้ใจให้กับตัวคุณเองมากขึ้นเรื่อยๆ ทัวร์เกาหลีราคาถูก ให้พกไปไม่ว่าคุณจะเคยไปต่างประเทศแค่ 1 ครั้งก็ตาม แล้วถ้าคุณมีการแปลงชื่อก็ควรนำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อไปด้วย
2. เอกสารการจองที่พัก แล้วก็ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
คุณต้องมีข้อมูลการท่องเที่ยวให้แจ่มแจ้งว่าคุณจะพักที่แห่งไหนตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนที่แอบลักลอบทำงานในเกาหลีแบบผิดกฎหมาย แม้คุณจะจองผ่านเว็บไซต์กี่ที่ ดังเช่นว่า คุณจองบังกะโลอาทิตย์แรกตรงไหน จองรีสอร์ทอาทิตย์ถัดไปที่ไหน ก็จำเป็นต้องพิมพ์หลักฐานนั้นออกมาทั้งปวงเพื่อยื่นให้กับเจ้าหน้าที่
3. รับรองการเดินทาง
คุณอย่ามีความรู้สึกว่าการซื้อประกันการเดินทางนั้นไม่มีความสำคัญ ต้องคิดเสมอว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจำต้องไม่เป็นอันตรายไว้ก่อน ประกันเดินทางสามารถรองรับการเกิดเหตุไม่ได้นึกฝัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเครื่องบินดีเลย์ หรือการขโมยการฉกชิงสินทรัพย์ในขณะที่เดินทางท่องเที่ยวในเกาหลี ประกันจะช่วยทำให้การเดินทางของคุณนั้นปลอดภัย และช่วยทำให้คุณอุ่นใจในตลอดการเดินทางได้อย่างแน่แท้
4. การแต่งตัว
คนใดกันแน่บอกว่าการแต่งตัวนั้นไม่จำเป็นไม่จริงเลย เพราะการแต่งตัวที่เหมาะสมเพื่อจะให้ผ่านเข้าตม.เกาหลีไปได้ด้วยดีนั้น ควรจะสวมเสื้อผ้าที่มองเป็นระเบียบ เช่น ใส่เสื้อกันหนาว กางเกงที่มีขายาว และรองเท้าผ้าใบ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คืออย่าแต่งตัวล่อแหลมและไม่ควรจะแต่งหน้าจนถึงดูจัดจ้านเหลือเกิน
5.กลยุทธ์ท่องเที่ยวภาษาอังกฤษ
คุณจำเป็นจะต้องจัดแจงแผนที่การท่องเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษของประเทศเกาหลี หรือหากว่าคุณสามารถเขียนภาษาประเทศเกาหลีก็ยิ่งดี คุณควรจะมีการเตรียมแนวทางท่องเที่ยวตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนั่งเรือบินกลับโดยกำหนดเวลาและก็สถานที่ให้กระจ่าง ด้วยเหตุว่านั่นจะทำให้คุณมีแผนท่องเที่ยวที่ดี
6. แลกสกุลเงิน
อ่ะ!นี่เป็นเรื่องสำคัญอีดอย่างที่ลืมมิได้เด็ดขาด อย่าลืมเปลี่ยนสกุลเงินก่อนจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีนะด้วยเหตุว่าคุณจะได้ค่าความนิยมที่ดีมากกว่าจ้ะคุณแลกเงินที่ไทย ทั้งยังยังแลกเปลี่ยนง่ายดายเสียยิ่งกว่าด้วย
7. ซื้อ T-money หรือ Soul City Pass จัดเตรียมไว้
ในเกาหลีนั้นไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้ารถบัสหรือรถแท็กซี่พวกเราก็จำเป็นที่จะต้องใช้T-money แทนการใช้เงินสด นอกจากจะทำให้การใช้แรงงานสบายมากเพิ่มขึ้นกว่าเดิมแล้วยังย่นเวลาไปได้มากด้วย
เป็นไงบ้างขากับสิ่งที่พวกเราได้ชี้แนะสำหรับเพื่อการเตรียมตัวก่อนจะไปเที่ยวประเทศเกาหลีด้วยตัวเอง เพียงคุณเตรียมข้อมูลไปแล้วก็จัดแจงสิ่งที่เราได้บอกกับคุณไปนั้น คุณก็จะไม่ติดกองตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีอย่างแน่นอน ถ้าหากคุณติดโคลนตมประเทศเกาหลีรวมทั้งไม่ว่าจะค่าจองรีสอร์ทค่าเครื่องบินรวมทั้งทุกสิ่งทุกอย่างที่จ่ายมาก็จะหายไปหมดเพียงแต่เพราะว่าคุณขาดเอกสารไปไม่กี่ชิ้น เพราะฉะนั้นอย่าลืมเตรียมตัวให้ดีด้วยนะคะ สำหรับเพื่อการที่จะไปท่องเที่ยวที่เกาหลี